วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ผลงานลูกค้า
เปิดสอบ ราชการ งานราชการ หางาน สอบราชการ พนักงานราชการ สอบบรรจุ หางาน รับสมัครงาน สอบ กพ. อบต. สอบภาค ก สอบภาค ข รับสมัครงาน ศูนย์รวมงานราชการ
ศูนย์หนังสือสอบ sheetchula เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน










ศูนย์หนังสือสอบ sheetchula เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน
บริการต่างๅ
บริการต่างๆ
บริการต่างๆ
Youtube
แนวข้อสอบกรมธนารักษ์
รายละเอียดวิชาที่สอบ #แนวข้อสอบกรมธนารักษ์
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมธนารักษ์
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับกรมธนารักษ์
3 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
4 แนวข้อสอบกฎหมายระเบียบงานสารบรรณ
5 ความรู้เกี่ยวกับวินัย จรรยาบรรณ และจรรยาของข้าราชการ
6 แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
7 แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
+++ อ่านประกาศเพิ่มเติม และลิ้งค์สมัครที่ http://www.งานราชการไทย.com/
+++ กดติดตามรับข้อสอบที่ : http://line.me/ti/p/%40awr8388d
+++ กดถูกใจเพื่อรับแนวข้อสอบกรมธนารักษ์
ที่ https://www.facebook.com/726698297472384
ความรู้ทั่วไป
กรมธนารักษ์
กรมธนารักษ์ เป็นกรมในสังกัดของกระทรวงการคลัง มีหน้าที่เกี่ยวกับการทำเหรียญกษาปณ์ เหรียญที่ระลึก การดูแลที่ราชพัสดุตามอำนาจหน้าที่ การประเมินราคาทรัพย์สิน การรับจ่ายและรักษาพระราชทรัพย์ทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร และการจัดการเงินในพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเกี่ยวกับพระราชทรัพย์ของบรมวงศ์
ประวัติ
ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ได้มีการก่อตั้ง ‘’’กรมธนารักษ์’’’ ขึ้นมา โดยกรมธนารักษ์รวมกรมที่มีหน้าที่สำคัญ ๆ ไว้ถึง 4 กรม ด้วยกันคือ
- กรมกษาปณ์สิทธิการ
- กรมพระคลังมหาสมบัติ
- กรมเงินตรา
- กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา
โดยทั้งนี้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบกรมในกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2476 กรมธนารักษ์แต่เดิมใช้ชื่อว่ากรมพระคลัง และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมคลัง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ สำนักงานและกรมในกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2495 จากนั้นได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2495 จึงได้เปลี่ยนชื่อจากกรมคลัง เป็น "กรมธนารักษ์" เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2495 ตราบจนถึงปัจจุบัน
รายชื่อและหน้าที่ของกรมต่าง ๆ ที่มารวมกันเป็นกรมธนารักษ์ มีดังนี้
- กรมกษาปณ์สิทธิการ
กรมกษาปณ์สิทธิการ ก่อตั้งขึ้นเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะจัดตั้งโรงกษาปณ์ทำเหรียญแบนขึ้นตามลักษณะสากลนิยมใช้แทนเงินพดด้วง จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้คณะทูตไทยที่ส่งไปเจริญทางพระราชไมตรีกับประเทศอังกฤษ จัดซื้อเครื่องทำเงินมาถวาย และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานขึ้นในพระบรมมหาราชวัง และในต้นปี พ.ศ. 2403 ได้ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จเรียบร้อย โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามว่า "โรงกระษาปณ์สิทธิการ" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมกระษาปณ์" และเป็น "กองกษาปณ์" และเป็น "สำนักกษาปณ์" ในปัจจุบัน
- กรมพระคลังมหาสมบัติ
เดิม กรมพระคลังมหาสมบัติมีชื่อเรียกว่า "กรมเก็บ" ขึ้นกับกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เป็นพระคลังแผ่นดินสำหรับรับจ่ายและรักษาพระราชทรัพย์ทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร และเป็นต้นเรื่องรับส่งเงินแผ่นดินถึงพระคลังในหัวเมืองทั่วราชอาณาจักร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2455 จึงได้เปลี่ยนชื่อจากกรมเก็บเป็นกรมพระคลังมหาสมบัติ
- กรมเงินตรา
กรมเงินตรากำเนิดขึ้นโดยประกาศพระราชบัญญัติธนบัตร พ.ศ. 2445 โดยรัฐออกเงินกระดาษรูปตั๋วสัญญาใช้เงินตามกฎหมายเรียกว่า "ธนบัตร" โดยสัญญาจะจ่ายเงินให้แก่ผู้นำตั๋วมายื่นทันที เจ้าพนักงานผู้ออกธนบัตรและผู้รับจ่ายเงินขึ้นธนบัตรให้เรียกว่า "กรมธนบัตร"
ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 กรมธนบัตร ได้ถูกโอนไปขึ้นกับกรมตำรวจและกรมสารบัญชี ซึ่งภายหลังได้ชื่อใหม่ว่ากรมบัญชีกลาง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2471 จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก "กรมธนบัตร" เป็น "กรมเงินตรา"
เมื่อมีพระราชกฤษฎีการจัดวางระเบียบกรมในกระทรวงการคลังในปี พ.ศ. 2476 แล้ว กรมเงินตราก็ได้ลดฐานะลงเป็น กองเงินตรา สังกัดกรมพระคลัง โดยมีหน้าที่เกี่ยวกับธนบัตรและเหรียญกษาปณ์
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2485 ได้จัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้น กิจการเกี่ยวกับธนบัตรจึงเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยหน้าที่ของกองเงินตราไปอยู่กับฝ่ายออกบัตรธนาคาร กรมเงินตราจึงพ้นไปจากกรมธนารักษ์
- กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา
กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเงินในพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเกี่ยวกับพระราชทรัพย์ของบรมวงศ์ และดูแลที่ดินซึ่งมีผู้อุทิศแต่ประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา ซึ่งเรียกว่า "ที่กัลปนา" อีกด้วย แต่ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของกรมการศาสนาซึ่งเป็นผู้ดูแล
จากการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 ได้มีการโอนสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย มาสังกัดที่กรมธนารักษ์
กรมธนารักษ์ในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน กรมธนารักษ์มีหน้าที่ในด้านต่าง ๆ คือ ด้านที่ราชพัสดุ ด้านเหรียญกษาปณ์และบริหารเงินตรา ด้านทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน และด้านการประเมินราคาทรัพย์สิน
โดยสถานที่ทำการแห่งแรกของกรมธนารักษ์ตั้งอยู่บริเวณถนนเขื่อนขันฑ์นิเวศในพระบรมมหาราชวัง ในปี พ.ศ. 2503 ได้ย้ายที่ทำการจากพระบรมมหาราชวัง มาอยู่ที่ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ และในปี พ.ศ. 2535 สถานที่ทำการกรมธนารักษ์ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ในบริเวณกระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ยังมีที่ทำการของหน่วยงานในสังกัดกรมธนารักษ์ (ไม่รวมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ทุกจังหวัด 76 จังหวัด) มีที่ทำการอยู่ภายนอกกรม ดังนี้
- สำนักกษาปณ์
- 13/1 หมู่ 2 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
- สำนักบริหารเงินตรา
- ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
- สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน
- ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
- สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน
- 120 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 6 ฝั่งทิศตะวันตก ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
หน่วยงานในสังกัด
ส่วนกลาง
- สำนักบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานคร
- สำนักบริหารที่ราชพัสดุ1
- สำนักบริหารที่ราชพัสดุ2
- สำนักบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ราชพัสดุ
- สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาอาคารราชพัสดุ
- สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน
- สำนักพัฒนาธุรกิจและศักยภาพที่ราชพัสดุ
- สำนักบริหารเงินตรา
- สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน
- สำนักกษาปณ์
- สำนักบริหารกลาง
- กองแผนงาน
- สำนักการคลัง
- ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
- สำนักกฎหมาย
- บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
ส่วนภูมิภาค
- สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่
แนะนำการสอบ
คำแนะนำในการสอบกรมธนารักษ์
ผู้ที่จะเข้าสอบกรมธนารักษ์ได้จะต้องเป็นผู้ที่สอบผ่าน กพ.แล้ว และต้องสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งผ่านก่อน โดยจะต้องมีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ต่อไป ส่วนแนวข้อสอบเป็นข้อสอบ แบบที่ไม่ต้องวิเคราะห์ ออกเนื้อหาตรงๆ ควรอ่านหนังสือให้มากๆ
ในการสัมภาษณ์ กรรมการน่ารักดีเป็นกันเองให้แนะนำตัวเอง ถามถึงลักษณะงานที่เราทำปัจจุบัน คิดอย่างไรกับงานราชการ ส่วนมากจะพูดคุยทั่วไป ไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของกรมฯ กรรมการไม่ได้ถามคำถามที่เราตอบไมได้ เช่น รู้เรื่องบัญชีระบบ GM ไหม รู้ไหมใครเป็นคนควบคุมดูแล คุณจะมีวิธีปรับบัญชีที่ใช้อยู่มาใช้กับระบบGM อย่างไร
การอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ การสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบด้วยการสนทนาหรือพูดคุยกัน ดังนั้นผู้เข้าสอบควรจะทบทวนเตรียมความรู้หรือข้อมูลในส่วนที่เป็นวิชาการหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วในการเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลาครั้งละ 10 – 30 นาที แล้วแต่กรณี หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จำเป็นต้องทบทวนความรู้ และข้อมูลบางประการมิใช่เข้าสอบโดยมิได้ทบทวนความรู้หรือข้อมูลอะไรเลย
นอกจากนี้ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานด้วย เช่น ประวัติ วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร
วิชาที่ใช้สอบ มีดังนี้คือ
1. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ( 200 คะแนน )
2. ความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยการสัมภาษณ์ ( 100 คะแนน ) เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้ารับการคัดเลือกและจากการสัมภาษณ์
รายละเอียดวิชาที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมธนารักษ์
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับกรมธนารักษ์
3 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
4 แนวข้อสอบกฎหมายระเบียบงานสารบรรณ
5 ความรู้เกี่ยวกับวินัย จรรยาบรรณ และจรรยาของข้าราชการ
6 แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
7 แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
ตำแหน่งที่สอบ
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
เจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์
เจ้าหน้าที่พัสดุ
ช่างกษาปณ์
ช่างฝีมือ
นักจัดการงานทั่วไป
นักบัญชี
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
นักวิชาการกษาปณ์ ด้านวางแผน
นักวิชาการช่างศิลป์
นายประตูกษาปณ์
นิติกร
พนักงานสำรวจข้อมูล
วิศกรเครื่องจักร
วิศวกร (ปฏิบัติงานด้านเครื่องกลและอุตสาหการ)
วิศวกรควบคุมคุณภาพ
ผู้ที่จะเข้าสอบกรมธนารักษ์ได้จะต้องเป็นผู้ที่สอบผ่าน กพ.แล้ว และต้องสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งผ่านก่อน โดยจะต้องมีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ต่อไป ส่วนแนวข้อสอบเป็นข้อสอบ แบบที่ไม่ต้องวิเคราะห์ ออกเนื้อหาตรงๆ ควรอ่านหนังสือให้มากๆ
ในการสัมภาษณ์ กรรมการน่ารักดีเป็นกันเองให้แนะนำตัวเอง ถามถึงลักษณะงานที่เราทำปัจจุบัน คิดอย่างไรกับงานราชการ ส่วนมากจะพูดคุยทั่วไป ไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของกรมฯ กรรมการไม่ได้ถามคำถามที่เราตอบไมได้ เช่น รู้เรื่องบัญชีระบบ GM ไหม รู้ไหมใครเป็นคนควบคุมดูแล คุณจะมีวิธีปรับบัญชีที่ใช้อยู่มาใช้กับระบบGM อย่างไร
การอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ การสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบด้วยการสนทนาหรือพูดคุยกัน ดังนั้นผู้เข้าสอบควรจะทบทวนเตรียมความรู้หรือข้อมูลในส่วนที่เป็นวิชาการหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วในการเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลาครั้งละ 10 – 30 นาที แล้วแต่กรณี หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จำเป็นต้องทบทวนความรู้ และข้อมูลบางประการมิใช่เข้าสอบโดยมิได้ทบทวนความรู้หรือข้อมูลอะไรเลย
นอกจากนี้ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานด้วย เช่น ประวัติ วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร
วิชาที่ใช้สอบ มีดังนี้คือ
1. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ( 200 คะแนน )
2. ความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยการสัมภาษณ์ ( 100 คะแนน ) เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้ารับการคัดเลือกและจากการสัมภาษณ์
รายละเอียดวิชาที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมธนารักษ์
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับกรมธนารักษ์
3 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
4 แนวข้อสอบกฎหมายระเบียบงานสารบรรณ
5 ความรู้เกี่ยวกับวินัย จรรยาบรรณ และจรรยาของข้าราชการ
6 แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
7 แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
ตำแหน่งที่สอบ
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
เจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์
เจ้าหน้าที่พัสดุ
ช่างกษาปณ์
ช่างฝีมือ
นักจัดการงานทั่วไป
นักบัญชี
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
นักวิชาการกษาปณ์ ด้านวางแผน
นักวิชาการช่างศิลป์
นายประตูกษาปณ์
นิติกร
พนักงานสำรวจข้อมูล
วิศกรเครื่องจักร
วิศวกร (ปฏิบัติงานด้านเครื่องกลและอุตสาหการ)
วิศวกรควบคุมคุณภาพ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)